แซกีเสริมดวง

พิธีแซกี Sheng Ji เป็นการเสริมดวงชะตาปรับดวงปิดจุดเสียในดวงชะตา

กลุ่มเจ้าสัว ดารานักร้อง ข้าราชการผู้ใหญ่ รวมไปถึงนักธุรกิจร้อยร้อยพันล้านหลายคนเจริญรุ่งเรืองได้ด้วยพราะศาสตร์ของการทำแซกี หรือที่เรียกกันว่า “สุสานคนเป็น”เพียงแต่ไม่มีการเปิดเผยหรือให้เป็นที่ราบกันในวงกว้าง

การทำแซกี ส่วนใหญ่ใช้ในราชสำนักของจีน หรือ บุคคลชั้นสูง หรือ บุคคล ระดับเศรษฐี

การทำแซกีคืออะไร

การทำแซกี เป็นวิชาฮวงจุ้ย แขนงหนึ่งที่มีมาเก่าแก่หลายพันปี เป็นวิชาชั้นสูงที่ส่วนใหญ่ใช้ในราชการสำนักของจีน หรือบุคคลชั้นสูง หรือ ระดับเศรษฐี การทำแซกีเป็นการนำเอาส่งที่เป็นตัวแทนของเจ้าชะตาไปฝังในที่ที่มีพลังงานที่ดี พลังงานี้จะส่งกลับมาส่งเสริมให้เจ้าดวงชะตา

ศาสตร์ฮวงจุ้ยกล่าวถึง สิ่งแวดล้อม พลังงาน ฟ้า คน ดิน สามารถเชื่อมโยงถึงกันและส่งเสริมกันได้ ดังนั้นการที่เราไปอาศัยอยู่ในที่ๆ มีพลังงานฮวงจุ้ยดี ย่อมส่งผลดีกับเราให้เป็นคนมีเหตุผลทางความคิดและอารมณ์ ส่งผลถึงการใช้สติปัญญาและการตัดสินใจของเราในเรื่องต่างๆ ดีขึ้นทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

การทำพิธีแซกีที่สุสานเนอร์วาน่าเมมโมเรียลปาร์คมี 2 ประเภท คือ

  1. สุสานแบบเจ่าอุ่ง (แซกีเต่ามังกรเสริมดวง) เป็นการสร้างวัยจรเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องดูดวงบุคคลอื่นประกอบ
  2. สุสานแบบแซกี การทำแซกีในสุสาน สำหรับตอนยังมีชีวิตอยู่ สร้างขึ้นเพื่อปรับดวงให้ดีขึ้นและใช้เป็นหลุมสุสานฝังร่างเมื่อเสียชีวิต (กรณีนี้ต้องดูวันเดือนปีเกิดของคู่ครองของลูกหลานทุกคนประกอบทั้งชายหญิง ว่าไม่ขัดแย้งกัน)
สุสานแบบแซกี
สุสาแบบแซกี
สุสานแบบเจ่าอุ่ง (แซกีเต่ามังกรเสริมดวง)
สุสานแบบเจ่าอุ่ง (แซกีเต่ามังกรเสริมดวง)

สาระน่ารู้เกี่ยวกับแซกี

  • การทำแซกี อาจาร์ยผู้ทำพิธีจะต้องตรวจวิเคราะห์พื้นดวงชะดาให้ระเอียดลึกซึ้งก่อนว่า พื้นดวงชะตานั้นสมควรจะสนับสนุนให้ทำแซกีหรือไม่ ถ้าพื้นดวงเป็นคนคตโกงประกอบอาชีพไม่สุจรติ อาจาร์ยผู้ทำแซีก็จะตอบปฎิเสธแบบเลี่ยงๆ ไม่ทำให้ ถ้าเจ้าชะตายังดื้อรั้นขอร้องให้ทำ ทำไปดวงชะตาก็จะรุ่งเรืองได้ดีไม่ได้นาน แต่ถ้าผู้ที่ทำแซกีเป็นผู้มีจริยธรรมที่ดีงามผลของการทำแซกีจะช่วยส่งเสริมเร่งให้ชะตาชีวิตของเขาเจริญรุ่งโรจน์ขึ้นไปอย่างรวดเร็วน่าอัศจรรย์
  • ใครที่ต้องทำแซกีอย่างเร่งด่วน
  1. บคุคคลที่ค้าขายแล้วไม่ประสบความสำเร็จและมีอุปสรรค
  2. บุคคลที่ป่วยสุขภาพไม่ดี
  3. บุคคลที่ชีวิตสมรสไม่ราบรื่น
  4. บุคคลที่บรรพบุรุษเผาไปแล้ว ไม่มีสุสานพลังหยินส่งเสริม
  • การทำแซกี ทำอย่างไร!!!
  1. หาสถานที่ ที่จะใช้ทำแซกีที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
  2. นำสิ่งของซึ่งเป็นตัวแทนของร่างกายสามารถสื่อได้ด้วยDNA
  3. นำสิ่งของมาใส่โถพิธี แล้วนำไปฝังในหลุมที่เตรียมไว้
  • สิ่งที่สำคัญของการทำแซกี คือต้องวิเคราะห์หาธาตุสำคัญ คือ หาธาตุกำเนิดของดวงชะตา (หาจุดอ่อน จุดด้อยของดวงชะตา) บางคนเกิดมาพื้นดวงชะตาอ่อนแอแต่มีลาภมาก เจ้าชะตามีช่องทางหาเงินมาก มีความสามารถมากทุกยอมรับว่าเก่ง แต่กลับรับโชคลาภไม่ได้เลยชีวิตต้องผจญภัยกับคาลำบากยากเย็นมาตลอดชีวิต ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จแบบคนอื่น
  • แซกี เป็นสุสานขนาดย่อม บางคนเรียกว่าสุสานคนเป็น ภายในบรรจุสิ่งที่เป็นสัญญลักษณ์ หรือตัวแทนของเจ้าของชะตา เอาไว้ คือ เลือด กระดูก หนัง (เส้นผม เล็บ) เส้นผมต้องดึงออกจาหนังหัวที่มีรากผม หรือมีเลือดติดอยู่ เปรียบเสมือนเลือด เล็บเปรียบเสมือนกระดูกและหนัง +นำสิ่งของลงในโถกระเบื้องเคลือบน้ำไปบรรจุในสุสานตามทิศที่ถูกต้องตรงกับธาติสำคัญ ตลอดจนองค์ประกอบอื่นๆ เช่น กฤษ์ยามดาว9ยุค และชัยภูมิที่ถูกต้อง พลังที่ดีก็จะเกื้อหนุนผลักดดันให้เกิดผลดีกับชีวิตเจ้าของดวงชะตา

ข้อควรระวังในการทำแซกี

  • ต้องเลือกสถานที่ที่ทำแซกีให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
  • ต้องตั้งให้ถูกต้องตามองศาที่จะส่งเสริมกับบุคลลนั้นๆ
  • ต้องทำให้ถูกต้องตาม กฤกษ์ยาม
  • ต้องเอาสิ่งของที่แทนตัวเราซึ่งต้องไม่มีของคนอื่นมาปะปน
  • ต้องทำพิธีให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

วามเชื่อ และ ความศรัทธา

 ความเชื่อของคนจีนกว่า 5,000 ปีที่สืบทอดกันมาเกี่ยวกับพลังงานตามธรรมชาติสามารถช่วยส่งเสริมบุคคลที่มีปัญหาต่างๆ ในชีวิตตามแต่ละช่วงวัยได้ จึงเกิดศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน 3 ส่วน คือ ฟ้า คน ดิน  ซึ่งตามศาสตร์วิชาฮวงจุ้ย (Feng Shui) นั้นกล่าวไว้ว่า คนเกิดจากดิน โดยมีฟ้าเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต ดังนั้นเมื่อคนเกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก หาสาเหตุไม่ได้ จึงต้องใช้พลังจากดินและฟ้ารวมกันช่วยให้คนๆ นั้นผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคโดยอาศัยผู้รู้ช่วยชี้แนะแนวทาง ซึ่งก็คือปราชญ์ หรืออาจารย์ หรือซินแส (เหล่าสือ) แล้วแต่จะเรียกขานกัน

ส่วนวิธีการหรือขั้นตอนการขอพลังจากดินและฟ้า นั้นแบ่งแยกเฉพาะไปแล้วแต่ตระกูลของอาจารย์หรือซินแสที่มีการถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งในอดีตนั้นไม่นิยมเปิดเผยกับคนนอก ตระกูลหรือลูกศิษย์ต่างสำนัก ในอดีตปัญหาและอุปสรรคส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของสุขภาพเรื่องหน้าที่การงานซึ่งคนทุกชนชั้นสมัยก่อนหวังสอบเข้ารับราชการ และการเติบโตในหน้าที่ราชการ จนได้เป็นแม่ทัพนายกอง และขุน อำมาตย์หรือแม้แต่กษัตริย์หลายๆ พระองค์ของจีนก็ใช้ศาสตร์นี้เช่นกัน เพื่อให้พระองค์มีอำนาจบารมี ปกครองบ้านเมืองให้มั่นคง เจริญรุ่งเรือง มีทายาทสืบต่อราชบัลลังก์ยาวนาน

สัตว์ พืช สิ่งของที่คนจีนนิยมใช้เป็นสัญลักษณ์มงคล มีมากมายหลายอย่าง ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงคือ มังกร  เต่า และ เต่ามังกร

ตามความเชื่อโบราณมังกร คือสัตว์ที่ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าและดิน มีความเป็นมิตรมากกว่าความร้ายกาจ เป็นสัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความสุข และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง คนจีนจึงใช้มังกรเป็นสัญลักษณ์ขององค์กษัตริย์ นอกจากนั้นยังมีความเชื่อที่ว่า

มังกร ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สร้างกฎแห่งความใจบุญ เสริมสร้างความมั่นใจ และ ความเชื่อมั่นให้แก่กษัตริย์ในราชวงศ์ชิง    ซึ่งกษัตริย์จะนั่งบนบัลลังก์มังกร เดินทางโดยเรือมังกร เสวยอาหารบนโต๊ะมังกร และ บรรทมบนเตียงมังกร

เต่า เป็นตัวแทนของความยั่งยืน แข็งแรง อดทน มีเกราะป้องกันอันตราย

เต่ามังกร สัตว์เทพเจ้าในตำนานของจีนสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง อายุยืน สุขภาพดี ตั้งใจ มุมานะ นำไปสู่ความก้าวหน้า ความสำเร็จอย่างมั่นคง ยืนยาว และรวมถึงความเพิ่มพูนด้านทรัพย์สินเงินทอง และป้องกันคุ้มภัยจากสิ่งชั่วร้าย

  • เต่า เป็นตัวแทนของความยั่งยืน แข็งแรง อดทน มีเกราะป้องกันอันตราย
  • มังกร คือ ความยิ่งใหญ่ ความดีงาม ความกล้าหาญ วาสนาบารมีสูงส่ง จึงถือเป็นมงคลสูงสุด
  • เมื่อสัตว์มงคลทั้งสองชนิดมารวมกัน (เต่ามังกร) ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของชาวจีนในอดีต และเป็นที่เชื่อถือมาจนถึงปัจจุบัน

เต่ามังกร เป็นสัตว์เทพที่มีพลังอำนาจ เป็นที่ศรัทธาสูงสุดของราชวงศ์ถัง ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ถังได้สร้างรูปปั้นเต่ามังกรไว้หน้าพระราชวัง และเป็นความเชื่อสืบต่อกันมาของชาวจีน  เพราะมีความเชื่อว่า เต่ามังกร เป็นลูกตัวที่  9 ของ พญามังกร ซึ่งออกมาตัวเป็นเต่าหัวเป็นมังกร 

Leave a Reply

Call Now Button
%d bloggers like this: